Map of Thailand
# ประเทศไทย
  
» เลือกประเทศ
» English
 
 

“เพิ่มการลงทุน
อย่างมี
ประสิทธิภาพ
ด้วย
แผนการลงทุน
รายเดือน”


 

ลิงค์

 
 

ข่าว

สำหรับนักลงทุนที่มีความสนใจติดตามข่าวสารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด เราได้จัดเตรียมรวบรวมบทความข่าวสารของบริษัทไว้ให้ท่านเพียงแค่ท่านคลิกไปที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้

พบกับบูธอเบอร์ดีน ที่สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 8 -11 กรกฏาคม 2553

อ่านเพิ่มเติม

 

อเบอร์ดีนมุ่งให้ความรู้นักลงทุน จัดงานสัมมนาพิเศษ ““จับ...มุมมองเศรษฐกิจโลก เจาะ...กลยุทธ์การจัดสรรเงินลงทุนปี 2553” โดยกูรูด้านการจัดสรรพอร์ตการลงทุน มร.ไมค์ เทอร์เนอร์ หัวหน้าฝ่าย กลยุทธ์การลงทุนและจัดสรรการลงทุน เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่ งได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าในอนาคตอเบอร์ดีนยังคงมุ่งมั่นที่จะสรรหาข้อมูลที่มีประโยชน์มานำเสนอให้กับนักลงทุนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม

 

ประกาศวันหยุดเพิ่มเติม

สำหรับการรับคำสั่งขายคืนและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน กองทุนเ้ปิด อเบอร์ดีน เวิลด์ ออพพอร์ทูนิตีส์ ฟันด์ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน ยูโรเปี้ยน โกรท ฟันด์ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ และ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน ไชน่า เกทเวย์ ฟันด์ ประจำปี 2553

อ่านเพิ่มเติม

 

ประกาศวันหยุดทำการซื้อขายหน่วยลงทุนภายใต้การจัดการเป็นกรณีพิเศษ

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนดให้วันศุกร์ ที่ 13 สิงหาคม 2553 เป็นวันหยุดทำการของบริษัทหลักทรัพย์เป็นกรณีพิเศษ

อ่านเพิ่มเติม

 

อเบอร์ดีนประกาศความสำเร็จอีกครั้ง และตอกย้ำความเป็นผู้นำในการบริหารกองทุน ต่างประเทศด้วยการปิดยอดเสนอขายครั้งแรก อเบอร์ดีน ไชน่า เกทเวย์ ฟันด์ สูงสุดในปีนี้

กรุงเทพฯ , 9 กันยายน 2552 - บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด (อเบอร์ดีน) ได้จัดงานแถลงข่าว เพื่อตอกย้ำถึงความสำเร็จในการเสนอขายครั้งแรกของกองทุนเปิด อเบอร์ดีน ไชน่า เกทเวย์ ฟันด์ ซึ่งได้เปิดเสนอ ขายครั้งแรก ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม 2552 – 7 กันยายน 2552

คุณชัยเกษม วัฒนศิริพงษ์ หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด กล่าว ว่า “อเบอร์ดีนขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้การสนับสนุน กองทุนเปิด อเบอร์ดีน ไชน่า เกทเวย์ ฟันด์ ซึ่งเป็น กองทุนรวมต่างประเทศกองที่ 6 ของอเบอร์ดีน โดยมียอดจองซื้อหน่วยลงทุน ร่วม 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดจอง ซื้อหน่วยลงทุนในช่วงเสนอขายครั้งแรกที่สูงที่สุดของกองทุนหุ้นต่างประเทศที่เปิดเสนอขายนับตั้งแต่ ต้นปี 2552 จนถึงปัจจุบัน จากความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันอเบอร์ดีนมีทรัพย์สินของกองทุนที่ลงทุนใน ต่างประเทศภายใต้การบริหารจัดการ ซึ่งเดิมมีทรัพย์สินรวม 3,603.35 ล้านบาท (ณ วันที่ 7 ก.ย. 52) เพิ่มขึ้นเป็น 4,094.77 ล้านบาท”

กองทุนเปิด อเบอร์ดีน ไชน่า เกทเวย์ ฟันด์ จะเสนอขายหน่วยลงทุนแก่นักลงทุนทั่วไปอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2552 เป็นต้นไป และจะคิดค่าธรรมเนียมการเสนอขายหน่วยลงทุนในอัตราร้อยละ 1.50 ของมูลค่าหน่วย ลงทุน โดยผู้ลงทุนสามารถสั่งซื้อหน่วยลงทุนได้ที่อเบอร์ดีนหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ด้วย มูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งทางเลือกในการลงทุนกับกองทุนที่ลงทุนในจีนของ บลจ.อื่นๆ ที่มีอยู่หลายกองแล้วในขณะนี้ อเบอร์ดีน มั่นใจว่าเหตุผลหลักที่นักลงทุนให้การตอบรับเป็นอย่างดีกับกองทุนนี้ก็ เนื่องมาจากความไว้วางใจในการบริหารกองทุนของอเบอร์ดีนที่มีแนวทางการบริหารจัดการเชิงรุก ด้วยการเยี่ยม ชมบริษัท เน้นลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี งบการเงินที่แข็งแกร่ง และไม่มุ่งที่จะเกาะกระแสหรือตามอย่าง ความนิยมในระยะสั้น แต่มุ่งที่จะลงทุนอย่างมีวินัยเพื่อสร้างโอกาสที่ดีให้นักลงทุนที่ประสงค์จะลงทุนในระยะยาว ในแบบฉบับของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investor)

คุณชัยเกษม กล่าวเสริมว่า “นอกจากกองทุนที่ลงทุนต่างประเทศแล้ว อเบอร์ดีนยังมีแผนงานที่จะประชาสัมพันธ์ใน ส่วนของกองทุนรวมเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งปัจจุบันอเบอร์ดีนมีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว จำนวน 1 กองทุน คือ กองทุนเปิดอเบอร์ดีน หุ้นระยะยาว และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ จำนวน 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดอเบอร์ ดีน สมาร์ทแคปปิตอล เพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุน และกองทุนเปิดอเบอร์ดีน สมาร์ทอินคัม เพื่อการเลี้ยงชีพ ที่มีนโยบายในการลงทุนในตราสารหนี้ โดยในปีนี้ อเบอร์ดีนได้จัดรายการส่งเสริมการขาย สำหรับ ลูกค้าที่ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ โดยสามารถสะสมยอดการลงทุนได้ ตลอดทั้งปี 2552 เพื่อรับบัตรกำนัลเซ็นทรัล มูลค่า 200 บาท และสูงสุด 2,500 บาท ขึ้นอยู่กับยอดเงินลงทุนสะสม”

และเมื่อเร็วๆ นี้ อเบอร์ดีนได้เสนอบริการใหม่ล่าสุด คือแผนการลงทุนแบบรายเดือน (Monthly Investment Plan) ที่สามารถลงทุนด้วยยอดเงินลงทุนที่เท่ากันทุกๆ เดือน ซึ่งจะช่วยทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ เป็นระบบมากขึ้น และยังสามารถสร้างวินัยในการลงทุนให้กับนักลงทุนของอเบอร์ดีนได้อีกด้วย

 

การเข้าซื้อกิจการบางส่วนในธุรกิจการจัดการลงทุนทั่วโลกของเครดิต สวิส ส่งผลให้ อเบอร์ดีนมีช่อง ทางการจัดจำหน่ายมากขึ้นผ่านเครือข่ายและกิจการธนาคารส่วนบุคคล ของเครดิต สวิส

อเบอร์ดีน แอสเส็ท แมเนจเม้นท์ (“อเบอร์ดีน”) เสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อเข้าซื้อทรัพย์สินบางส่วน และธุรกิจการ บริหารทรัพย์สินของ เครดิต สวิส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทรัพย์สินที่ควบรวม คือส่วนธุรกิจบริหารกองทุนที่มี สำนักงานสาขาในยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกา ภายหลังจากที่มีการควบรวมส่วนแรกตามที่ได้ ประกาศไว้ ณ 1 พฤษภาคม 2552 ในส่วนธุรกิจบริหารกองทุนซึ่งมีสำนักงานสาขาในเอเชีย ยกเว้น ญี่ปุ่น

มูลค่าทรัพย์สินอีกประมาณ 2.91 หมื่นล้านปอนด์จะถูกโอนมาอยู่ภายใต้การบริหารของอเบอร์ดีน เพิ่มจากเดิม 7.4 พันล้านปอนด์ที่มาจากการควบรวมในครั้งแรก การเข้าซื้อกิจการนี้จะส่งผลให้ อเบอร์ดีน กลายเป็นหนึ่งใน ผู้ให้บริการบริหารกองทุนอิสระรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในยุโรป

อดีตพนักงานกว่า 120 ตำแหน่ง ของเครดิต สวิส รวมถึงผู้จัดการกองทุน และพนักงานฝ่ายการตลาด ได้ตกลง เข้าร่วมงานกับอเบอร์ดีนเป็นการถาวร รวมถึงพอล กริฟฟิทส์ ซึ่งจะยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารตรา สารหนี้ต่อไป ในขณะที่ทางด้านตราสารทุน ยังคงเป็นทีมบริหารเดิมของอเบอร์ดีน ซึ่งยังคงรักษาชื่อเสียงอัน แข็งแกร่งในด้านการบริหารกองตราสารทุนได้เป็นอย่างดี

อเบอร์ดีน มองว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้ อเบอร์ดีนได้รับประโยชน์จากเครือข่ายกิจการธนาคารส่วนบุคคล (ไพรเวท แบงค์กิ้ง) ของเครดิต สวิส เนื่องจากกิจการธนาคารส่วนบุคคล ของเครดิต สวิส ถือเป็นสัดส่วนใหญ่ ที่สุดของมูลค่าทรัพย์สินที่ควบรวม ทางด้านภูมิศาสตร์ อเบอร์ดีนมีโอกาสการขยายธุรกิจในตลาดที่กลุ่มอเบอร์ ดีน มีธุรกิจอยู่แล้วใน ลอนดอน ปารีส แฟร้งค์เฟิร์ต และซูริกส์ รวมถึงสำนักงานสาขา ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาคือที่ บูดาเปสต์ เจนีวา และมิลาน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มขนาดของทรัพย์สินภายใต้การบริหารของอเบอร์ดีนที่ ออสเตรเลีย เพิ่มความแข็งแกร่งและขีดความสามารถแก่ภาพลักษณ์ของอเบอร์ดีนที่มีต่อลูกค้าสถาบันใน ออสเตรเลีย เปิดโอกาสในการสร้างฐานลูกค้ารายย่อยกลุ่มใหม่ๆ ในญี่ปุ่น รวมถึงมีผลิตภัณฑ์กองทุนเปิด และ กองทุนปิดที่หลากหลายมากขึ้นแก่กลุ่มลูกค้าในอเมริกา

การควบรวมกิจการในครั้งนี้จะสร้างโอกาสที่น่าสนใจ ลูกค้าของเราจะสามารถเลือกสรรกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการ ลงทุนที่มีจุดแข็งและมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์กองทุน ในที่นี้รวมถึงกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น กองทุน ตราสารหนี้พิเศษประเภทต่างๆ ที่มาเสริมความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ในบางประเภทของอเบอร์ดีน ด้วย จำนวนกว่า 192 กองทุน จำแนกเป็นกองทุนตราสารทุน กองทุนตราสารหนี้ และกองทุนรวมตลาดเงิน ที่ปัจจุบัน อยู่ภายใต้การบริหารของทีมบริหารจัดการกองทุนมืออาชีพทั่วโลกของอเบอร์ดีน โดยมี 48 กองทุนซึ่งจดทะเบียน จัดตั้งที่ลักเซมเบิร์ก และจดทะเบียนเพื่อขายในอีกกว่า 27 ประเทศ

การควบรวมกิจการยังสร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของอเบอร์ดีน และที่สำคัญคือสร้างเสถียรภาพทาง การเงินและความยั่งยืนให้แก่กลุ่มอเบอร์ดีน โดยเพิ่มทุนผ่านการออกหุ้นใหม่ ทำให้เครดิต สวิสกลายเป็นผู้ถือหุ้น รายใหญ่ที่สุดของอเบอร์ดีนคิดเป็น 23.9% ของทุนจดทะเบียน

มาร์ติน กิลเบิร์ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ อเบอร์ดีน ให้ความเห็นว่า

“นับตั้งแต่มีการประกาศการควบรวมกิจการในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา การร่วมทำงานระหว่างเรากับ เครดิต สวิส ในการรวมทรัพย์สินเข้าด้วยกันเป็นไปด้วยดีและราบรื่น ด้วยระบบการดำเนินธุรกิจที่ดีเยี่ยมของสองธุรกิจ มารวมกัน ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวสำหรับผู้ถือหุ้นของ เราทุกคน รวมถึงกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ ผู้ที่คอยให้การสนับสนุนมาโดยตลอดในช่วงระยะเวลาของ การควบรวม ซึ่งผมต้องขอแสดงความขอบคุณมา ณ ที่นี้

ท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยความผันผวน การมีเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญ การเข้าซื้อ กิจการนี้จะส่งผลให้ อเบอร์ดีนกลายเป็นผู้นำด้านการจัดการการลงทุนของโลก และเป็นการสร้างความแข็งแกร่ง ให้กับงบดุลของอเบอร์ดีน และเป็นการขยายฐานลูกค้าของอเบอร์ดีนอีกด้วย

 

ข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการบางส่วนในธุรกิจการจัดการลงทุนทั่วโลกของเครดิต สวิส

อเบอร์ดีน แอสเส็ท แมเนจเม้นท์ พับลิค คอมพานี ลิมิเต็ด ประกาศการเข้าร่วมสัญญากับ เครดิต สวิส เพื่อเข้าซื้อทรัพย์สินบางส่วน (ทรัพย์สินที่ควบรวม) และธุรกิจการบริหารทรัพย์สินของ เครดิต สวิส (กิจการที่ควบรวม) หากได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและผู้ที่มีอำนาจเรียบร้อยแล้ว

เครดิต สวิส จะได้รับผลตอบแทนจากการเข้าซื้อกิจการเป็นหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของอเบอร์ดีนจำนวน 240 ล้านหุ้น ซึ่งเท่ากับ 24.97% ของทุนสามัญของทั้งกลุ่มอเบอร์ดีน ซึ่งมีมูลค่า 250 ล้านปอนด์ คำนวณจากราคาหุ้นละ 1.0425 ปอนด์ ณ ปิดตลาดเมื่อ 30 ธ.ค. 51 จำนวนหุ้นที่จะออกใหม่ให้แก่ เครดิต สวิส ขึ้นอยู่กับการประเมินรายได้จนถึงวันปิดการซื้อขาย ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 30 มิ.ย. 52

มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารของกิจการที่ควบรวมเท่ากับ 7.5 หมื่นล้านฟรังสวิส (4 หมื่นล้านปอนด์) ณ 30 พ.ย. 51 โดยคาดการณ์ว่ารายรับประเมินอยู่ที่ประมาณ 220 ล้านฟรังสวิส (118 ล้านปอนด์) ต่อปี หากเป็นไปตามการคาดการณ์นี้ ณ วันปิดการซื้อขาย เครดิต สวิส จะได้รับชำระเป็นหุ้นใหม่ของอเบอร์ดีนจำนวน 240 ล้านหุ้น

ทรัพย์สินที่ควบรวม คือส่วนธุรกิจบริหารกองทุนที่มีแนวทางการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม (ซื้อและถือครองไว้ก่อนที่จะมีการขาย) ซึ่งมีสำนักงานสาขาในยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย และกระจายการลงทุนในทรัพย์สินหลายประเภท โดยเน้นที่ตราสารหนี้ ตลาดเงิน และตราสารทุน พร้อมกับรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งจะนำมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุนของอเบอร์ดีน โดยจะมีการออกผลิตภัณฑ์เพื่อขายให้บุคคลภายนอก โดยมีส่วนของทรัพย์สินสำคัญเป็นส่วนน้อยที่ได้จากกิจการธนาคารส่วนบุคคลของ เครดิต สวิส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบริหารกองทุนความมั่งคั่งรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก

อเบอร์ดีน ตกลงต่ออายุสัญญาการจัดจำหน่ายที่มีอยู่เดิมกับ เครดิต สวิส ที่จะลงนามร่วมกันในวันปิดการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ อเบอร์ดีนได้รับประโยชน์จากเครือข่ายสาขาธนาคารของ เครดิต สวิส ได้

สิทธิประโยชน์ที่สำคัญที่อเบอร์ดีนได้รับจากการควบรวมกิจการ ได้แก่

  • โอกาสการขยายธุรกิจในตลาดบางแห่งที่กลุ่มอเบอร์ดีนมีธุรกิจอยู่แล้ว เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น กิจการที่ควบรวมจะเสริมความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ในบางประเภทของอเบอร์ดีน
  • มีเครือข่ายสาขามากขึ้นทั้งที่เป็นของ เครดิต สวิส และกิจการธนาคารส่วนบุคคล (ไพรเวท แบงค์กิ้ง) ของเครดิต สวิส
  • มีผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่มีคุณภาพ และต้องการถือหุ้นระยะยาว ซึ่งมีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับอเบอร์ดีน
  • สร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของอเบอร์ดีน โดยเพิ่มทุนผ่านการออกหุ้นใหม่ และลดภาระต้นทุน เนื่องจากการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่ควบรวมในครั้งนี้ไม่มีภาระหนี้
  • เพิ่มประสิทธิภาพด้านทุนให้สูงขึ้น และเพิ่มความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ผ่านรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพของอเบอร์ดีน ที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการที่ควบรวม
  • เพิ่มยอดรายได้อย่างมีนัยสำคัญ (ก่อนขั้นตอนการลดค่าทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้) หลังจากวันปิดการซื้อขาย

มาร์ติน กิลเบิร์ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ อเบอร์ดีน ให้ความเห็นว่า

“การเข้าซื้อกิจการนี้จะส่งผลให้อเบอร์ดีนกลายเป็นผู้นำด้านการจัดการการลงทุนของโลก และทำให้เรามีช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้นผ่านเครือข่ายและกิจการธนาคารส่วนบุคคล (ไพรเวท แบงค์กิ้ง) ของเครดิต สวิส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก”>

“การเข้าร่วมในสัญญาครั้งนี้มีความเหมาะสมที่สุดกับกลยุทธ์ของเรา ซึ่งมีส่วนสำคัญอยู่ที่การเข้าซื้อกิจการที่จะสร้างเสริมรายได้ ซึ่งจะเพิ่มความสามารถให้แก่ธุรกิจหลักของเรา และองค์กรของอเบอร์ดีนเติบโต”

“จากความสำเร็จในการควบรวมกิจการที่ผ่านมาซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เราอยู่ในฐานะที่ดีซึ่งมั่นใจได้ว่าการแปรทรัพย์สินของ เครดิต สวิส ให้เป็นของอเบอร์ดีนนั้นจะเป็นไปด้วยความราบรื่น และเราพร้อมให้การต้อนรับทีมงานและกลุ่มลูกค้าใหม่จากเครดิต สวิส และขอต้อนรับ เครดิต สวิส ในฐานะผู้ถือหุ้นคนสำคัญของอเบอร์ดีน เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวสำหรับผู้ถือหุ้นของเราทุกคน”.

ร็อบ ชาฟีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธุรกิจจัดการกองทุนของ เครดิต สวิส กล่าวว่า

“เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะสร้างโอกาสที่น่าสนใจ ลูกค้าของเราจะสามารถเลือกสรรกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนที่มีจุดแข็ง ซึ่งบริหารจัดการโดยผู้จัดการการลงทุนชั้นนำ ที่มีผลงานการบริหารทรัพย์สินหลากหลายประเภท และมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลังที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยให้เราขยายมูลค่าธุรกิจการบริการเพื่อนักลงทุนทั่วโลกได้สูงสุด ตามที่เคยได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ และเรายังได้รับประโยชน์จากความได้เปรียบเรื่องขนาดธุรกิจของหุ้นส่วนใหม่ของเราท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยการควบรวมกิจการ”

มาร์ติน ฮิวส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทอสก้าฟันด์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดของอเบอร์ดีน กล่าวว่า

“ทอสก้าฟันด์ ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนการควบรวมกิจการที่จะสร้างรูปลักษณ์ของธุรกิจใหม่ ซึ่งทำให้เกิดขึ้นมาได้ด้วยระบบการดำเนินธุรกิจที่ดีเยี่ยมของอเบอร์ดีน ทอสก้าฟันด์ เชื่อว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอนสำหรับลูกค้าและผู้ถือหุ้นของทั้งอเบอร์ดีน และ เครดิต สวิส”

 

ข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการบางส่วนในธุรกิจการจัดการลงทุนทั่วโลกของเครดิต สวิส

อเบอร์ดีน แอสเส็ท แมเนจเม้นท์ พับลิค คอมพานี ลิมิเต็ด ประกาศการเข้าร่วมสัญญากับ เครดิต สวิส เพื่อเข้าซื้อทรัพย์สินบางส่วน (ทรัพย์สินที่ควบรวม) และธุรกิจการบริหารทรัพย์สินของ เครดิต สวิส (กิจการที่ควบรวม) หากได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและผู้ที่มีอำนาจเรียบร้อยแล้ว

เครดิต สวิส จะได้รับผลตอบแทนจากการเข้าซื้อกิจการเป็นหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของ
อเบอร์ดีนจำนวน 240 ล้านหุ้น ซึ่งเท่ากับ 24.97% ของทุนสามัญของทั้งกลุ่มอเบอร์ดีน ซึ่งมีมูลค่า 250 ล้านปอนด์ คำนวณจากราคาหุ้นละ 1.0425 ปอนด์ ณ ปิดตลาดเมื่อ 30 ธ.ค. 51 จำนวนหุ้นที่จะออกใหม่ให้แก่ เครดิต สวิส ขึ้นอยู่กับการประเมินรายได้จนถึงวันปิดการซื้อขาย ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 30 มิ.ย. 52

มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารของกิจการที่ควบรวมเท่ากับ 7.5 หมื่นล้านฟรังสวิส (4 หมื่นล้านปอนด์) ณ 30 พ.ย. 51 โดยคาดการณ์ว่ารายรับประเมินอยู่ที่ประมาณ 220 ล้านฟรังสวิส (118 ล้านปอนด์) ต่อปี หากเป็นไปตามการคาดการณ์นี้ ณ วันปิดการซื้อขาย เครดิต สวิส จะได้รับชำระเป็นหุ้นใหม่ของอเบอร์ดีนจำนวน 240 ล้านหุ้น

ทรัพย์สินที่ควบรวม คือส่วนธุรกิจบริหารกองทุนที่มีแนวทางการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม (ซื้อและถือครองไว้ก่อนที่จะมีการขาย) ซึ่งมีสำนักงานสาขาในยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย และกระจายการลงทุนในทรัพย์สินหลายประเภท โดยเน้นที่ตราสารหนี้ ตลาดเงิน และตราสารทุน พร้อมกับรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งจะนำมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุนของอเบอร์ดีน โดยจะมีการออกผลิตภัณฑ์เพื่อขายให้บุคคลภายนอก โดยมีส่วนของทรัพย์สินสำคัญเป็นส่วนน้อยที่ได้จากกิจการธนาคารส่วนบุคคลของ เครดิต สวิส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบริหารกองทุนความมั่งคั่งรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก

อเบอร์ดีน ตกลงต่ออายุสัญญาการจัดจำหน่ายที่มีอยู่เดิมกับ เครดิต สวิส ที่จะลงนามร่วมกันในวันปิดการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ อเบอร์ดีนได้รับประโยชน์จากเครือข่ายสาขาธนาคารของ เครดิต สวิส ได้

 

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน ระบุมิได้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ได้รับผลจากวิกฤตทางเศรษฐกิจในขณะนี้

กรุงเทพฯ, 18 กันยายน 2551 – บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด หนึ่งในสถาบันชั้นนำด้านการเงินใน ประเทศไทย และในทวีปเอเชีย ต้องการแจ้งให้ลูกค้าของบริษัทที่มีความกังวลทราบว่าอเบอร์ดีนไม่มีความเกี่ยวข้องโดย ตรงกับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตด้านการเงินที่เกิดขึ้นในขณะนี้

โรเบิร์ต เพนนาโลซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด กล่าวว่า "จากเหตุการณ์ที่มิได้คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นในวอลล์สตรีทในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จากการที่เลห์แมน บราเธอร์สล้มละลาย เราได้ตรวจสอบทุกกองทุนที่เปิดขายในประเทศไทยและพบว่าทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ของเราไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ดังกล่าวเลย”

มร. เพนนาโลซา กล่าวเสริมว่า “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราขอเน้นย้ำว่าไม่มีกองทุนตราสารทุนหลัก (master funds) ของกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศของเราถือหุ้นอยู่ใน เอไอจี เลห์แมน บราเธอร์ส เมอร์ริล ลินช์ หรือวอชิงตัน มูช่วล

มร. เพนนาโลซา กล่าวว่า กลยุทธ์และความเป็นมืออาชีพในการคัดเลือกบริษัทเพื่อการลงทุนช่วยให้อเบอร์ดีนยังคงอยู่ในสถานะที่ดีซึ่งนักลงทุนไม่จำเป็นต้องมีความวิตกกังวลใดๆ

มร. เพนนาโลซาย้ำว่า “กองทุน อเบอร์ดีน โกลบอล – เวิลด์ เอคควิตี้ ฟันด์ มิได้มีหุ้นของธนาคารในประเทศ สหรัฐอเมริกามาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่อาศัยความพินิจพิเคราะห์ของเราต่อ สถานการณ์ทั่วไปของธนาคารในสหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างดี”,

เมื่อไม่นานมานี้ อเบอร์ดีนได้เปิดตัวโครงการสัมมนาให้ความรู้แก่นักลงทุนไทย และอเบอร์ดีนจะยังคงสนับสนุน ให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนในลักษณะถือครองตราสารในระยะยาว

 

อเบอร์ดีน เอเชีย ประกาศความเป็นหนึ่งด้านบริหารจัดการ
บรรษัทภิบาล (Corporate Governance)

นิว ฮาเวน คอนเนคติกัต 9 มิถุนายน 2551 - ปีเตอร์ เทเลอร์ หัวหน้าแผนกบรรษัทภิบาล อเบอร์ดีน แอสเซ็ท แมเนจเม้นท์ เอเชีย ลิมิเต็ด ได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งใน 56 ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีบทบาทสำคัญต่อบรรษัทภิบาล จากสถาบัน มิลสไตน์ เซนเตอร์ เพื่อการบริหารจัดการบรรษัทภิบาล แห่งวิทยาลัยการบริหารของมหาวิทยาลัยเยล

สถาบัน มิลสไตน์ เซนเตอร์ ได้ทำการคัดเลือกผู้ที่ทำงานด้านบรรษัทภิบาลที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีที่มีความโดดเด่นโดยพิจารณาจากความเป็นผู้นำและความสำเร็จที่ผ่านมารวมถึงโครงการในอนาคต ความมุมานะ ความมีชื่อเสียงในหมู่ผู้บริหารชั้นนำในอุตสาหกรรม รวมถึงความสามารถที่จะชี้นำอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ได้มีการประกาศผู้บริหารที่มีความโดดเด่นในงาน Yale Governance Forum 2008 จัดโดยสถาบัน มิลสไตน์ เซนเตอร์ ในวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา โดย ปีเตอร์ เทเลอร์ จาก อเบอร์ดีน เอเชีย ยังได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการให้เป็นหนึ่งในสิบของผู้ที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณพิเศษในงานดังกล่าว

 

กองทุน อเบอร์ดีน โกลบอล – อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ ฟันด์ ได้รับอันดับ AA จากการจัดอันดับโดย สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์

กองทุนรวมล่าสุด อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ ได้แสดงออกอีกครั้งถึงการเป็นหนึ่งในกองทุนชั้นนำที่ลงทุนในต่างประเทศโดย กองทุนหลักของกองทุนดังกล่าว (อเบอร์ดีน โกลบอล – อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ ฟันด์ ที่จดทะเบียนในประเทศ
ลักเซมเบิร์ก) ได้รับการจัดอันดับ AA จาก สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์

เบนจามิน ลิม ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาธุรกิจและการตลาด ประจำประเทศไทย ให้ความเห็นว่า

“การจัดอันดับ AA ให้แก่ กองทุน อเบอร์ดีน โกลบอล - อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ ฟันด์ โดย สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ นี้ได้เป็นอีกหนึ่ง เครื่องแสดงถึงความชำนาญและประสบการณ์ในการลงทุนของ อเบอร์ดีน อีกทั้งยังยืนยันถึงประสิทธิภาพของกระบวนการและวินัยในการลงทุนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลุ่มอเบอร์ดีน อเบอร์ดีนเชื่อมั่นว่าข้อได้เปรียบของเราคือการศึกษาวิจัยอย่างลึกซึ้งและรูปแบบการลงทุนที่มุ่งเน้นโอกาสการลงทุนเป็นรายบริษัท ในขณะที่หลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีธรรมาภิบาลต่ำหรือมีธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับการเมือง”

กองทุนรวม อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศกองล่าสุดของ บลจ. อเบอร์ดีน โดยปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.อเบอร์ดีน มีขนาดรวมกันทั้งสิ้น 6.7 พันล้านบาท (ข้อมูล ณ 25 เมษายน 2551)

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ เป็นสถาบันจัดอันดับโดยใช้หลักการประเมินผลงานของผู้จัดการกองทุน โดยพิจรณาจากสถานะความมั่นคงของกลุ่มบริษัทแม่ของผู้จัดการกองทุน รวมถึงความเหมาะสมของนโยบายการลงทุนและความสามารถในการรักษาผลการดำเนินงาน การจัดอันดับของ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ มีเป้าหมายเพื่อค้นหาขบวนการลงทุนและทักษะทางการวิจัย รวมถึงความความแข็งแกร่งของทีมงานและความมั่นคงของกลุ่มบริษัทของผู้จัดการกองทุน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ส่งผลให้กองทุนที่โดดเด่นในแต่ละตลาดและภาคธุรกิจ มีผลการดำเนินงานระยะยาวที่ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

 

อเบอร์ดีน โกลบอล – เวิลด์ เอคควิตี้ ฟันด์ ได้รับรางวัล “มอร์นิ่งสตาร์ อะวอร์ด”

อเบอร์ดีน โกลบอล – เวิลด์ เอคควิตี้ ฟันด์ ได้รับรางวัล “Best Global Large-Cap Equity Fund” ใน เดอะ มอร์นิ่งสตาร์ ยูเค ฟันด์ อะวอร์ดส์ 2008”

การเข้าซื้อดังกล่าวนั้น รวมถึงธุรกิจ กองทุนรวม ประกันภัย และกองทุนส่วนบุคคล (segregated funds) ในหลากหลายประเภทของสินทรัพย์

รางวัลนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยนักลงทุนให้รู้จักกับกองทุนรวม และบริษัทจัดการกองทุนรวมต่างๆ ซึ่งได้แสดงความชำนาญด้านการลงทุน และสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานให้แก่นักลงทุนได้ “มอร์นิ่งสตาร์” เป็นสำนักงานวิจัยและให้ข้อมูลทางการลงทุนที่เป็นอิสระ รวมถึงค้นหาและทำการประเมินผลงานอย่างละเอียดของกองทุนรวมทั้งในสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ ที่เป็นแหล่งลงทุนให้กับนักลงทุนมากว่า 3000 กองทุน โดยมีการมอบรางวัลให้แก่ 10 กองทุนรวมที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม ทั้งนี้ได้มีการมอบรางวัลให้แก่บริษัทจัดการกองทุน 5 แห่ง เพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพรวมถึงได้รับการยกย่องว่าประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการกองทุนรวมในประเภท กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมตราสารหนี้ และกองทุนรวมแบบผสม

เจมส์ ธอร์นเนลีย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารของอเบอร์ดีนกล่าว ว่า“รางวัล เดอะ มอร์นิ่งสตาร์ ถือเป็นการรับรองถึงความทุ่มเทในการทำงานของทีมตราสารทุนโลกของ อเบอร์ดีน และวิธีการลงทุนที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง”