• You are here : Aberdeen Asset Management
  • ข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการบางส่วนในธุรกิจการจัดการลงทุนทั่วโลกของเครดิต สวิส

ข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการบางส่วนในธุรกิจการจัดการลงทุนทั่วโลกของเครดิต สวิส

อเบอร์ดีน แอสเส็ท แมเนจเม้นท์ พับลิค คอมพานี ลิมิเต็ด ประกาศการเข้าร่วมสัญญากับ เครดิต สวิส เพื่อเข้าซื้อทรัพย์สินบางส่วน (ทรัพย์สินที่ควบรวม) และธุรกิจการบริหารทรัพย์สินของ เครดิต สวิส (กิจการที่ควบรวม) หากได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและผู้ที่มีอำนาจเรียบร้อยแล้ว

เครดิต สวิส จะได้รับผลตอบแทนจากการเข้าซื้อกิจการเป็นหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของอเบอร์ดีนจำนวน 240 ล้านหุ้น ซึ่งเท่ากับ 24.97% ของทุนสามัญของทั้งกลุ่มอเบอร์ดีน ซึ่งมีมูลค่า 250 ล้านปอนด์ คำนวณจากราคาหุ้นละ 1.0425 ปอนด์ ณ ปิดตลาดเมื่อ 30 ธ.ค. 51 จำนวนหุ้นที่จะออกใหม่ให้แก่ เครดิต สวิส ขึ้นอยู่กับการประเมินรายได้จนถึงวันปิดการซื้อขาย ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 30 มิ.ย. 52

มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารของกิจการที่ควบรวมเท่ากับ 7.5 หมื่นล้านฟรังสวิส (4 หมื่นล้านปอนด์) ณ 30 พ.ย. 51 โดยคาดการณ์ว่ารายรับประเมินอยู่ที่ประมาณ 220 ล้านฟรังสวิส (118 ล้านปอนด์) ต่อปี หากเป็นไปตามการคาดการณ์นี้ ณ วันปิดการซื้อขาย เครดิต สวิส จะได้รับชำระเป็นหุ้นใหม่ของอเบอร์ดีนจำนวน 240 ล้านหุ้น

ทรัพย์สินที่ควบรวม คือส่วนธุรกิจบริหารกองทุนที่มีแนวทางการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม (ซื้อและถือครองไว้ก่อนที่จะมีการขาย) ซึ่งมีสำนักงานสาขาในยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย และกระจายการลงทุนในทรัพย์สินหลายประเภท โดยเน้นที่ตราสารหนี้ ตลาดเงิน และตราสารทุน พร้อมกับรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งจะนำมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุนของอเบอร์ดีน โดยจะมีการออกผลิตภัณฑ์เพื่อขายให้บุคคลภายนอก โดยมีส่วนของทรัพย์สินสำคัญเป็นส่วนน้อยที่ได้จากกิจการธนาคารส่วนบุคคลของ เครดิต สวิส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบริหารกองทุนความมั่งคั่งรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก

อเบอร์ดีน ตกลงต่ออายุสัญญาการจัดจำหน่ายที่มีอยู่เดิมกับ เครดิต สวิส ที่จะลงนามร่วมกันในวันปิดการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ อเบอร์ดีนได้รับประโยชน์จากเครือข่ายสาขาธนาคารของ เครดิต สวิส ได้

สิทธิประโยชน์ที่สำคัญที่อเบอร์ดีนได้รับจากการควบรวมกิจการ ได้แก่

  • โอกาสการขยายธุรกิจในตลาดบางแห่งที่กลุ่มอเบอร์ดีนมีธุรกิจอยู่แล้ว เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น กิจการที่ควบรวมจะเสริมความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ในบางประเภทของอเบอร์ดีน
  • มีเครือข่ายสาขามากขึ้นทั้งที่เป็นของ เครดิต สวิส และกิจการธนาคารส่วนบุคคล (ไพรเวท แบงค์กิ้ง) ของเครดิต สวิส
  • มีผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่มีคุณภาพ และต้องการถือหุ้นระยะยาว ซึ่งมีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับอเบอร์ดีน
  • สร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของอเบอร์ดีน โดยเพิ่มทุนผ่านการออกหุ้นใหม่ และลดภาระต้นทุน เนื่องจากการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่ควบรวมในครั้งนี้ไม่มีภาระหนี้
  • เพิ่มประสิทธิภาพด้านทุนให้สูงขึ้น และเพิ่มความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ผ่านรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพของอเบอร์ดีน ที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการที่ควบรวม
  • เพิ่มยอดรายได้อย่างมีนัยสำคัญ (ก่อนขั้นตอนการลดค่าทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้) หลังจากวันปิดการซื้อขาย

มาร์ติน กิลเบิร์ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ อเบอร์ดีน ให้ความเห็นว่า

“การเข้าซื้อกิจการนี้จะส่งผลให้อเบอร์ดีนกลายเป็นผู้นำด้านการจัดการการลงทุนของโลก และทำให้เรามีช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้นผ่านเครือข่ายและกิจการธนาคารส่วนบุคคล (ไพรเวท แบงค์กิ้ง) ของเครดิต สวิส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก”

“การเข้าร่วมในสัญญาครั้งนี้มีความเหมาะสมที่สุดกับกลยุทธ์ของเรา ซึ่งมีส่วนสำคัญอยู่ที่การเข้าซื้อกิจการที่จะสร้างเสริมรายได้ ซึ่งจะเพิ่มความสามารถให้แก่ธุรกิจหลักของเรา และองค์กรของอเบอร์ดีนเติบโต”

“จากความสำเร็จในการควบรวมกิจการที่ผ่านมาซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เราอยู่ในฐานะที่ดีซึ่งมั่นใจได้ว่าการแปรทรัพย์สินของ เครดิต สวิส ให้เป็นของอเบอร์ดีนนั้นจะเป็นไปด้วยความราบรื่น และเราพร้อมให้การต้อนรับทีมงานและกลุ่มลูกค้าใหม่จากเครดิต สวิส และขอต้อนรับ เครดิต สวิส ในฐานะผู้ถือหุ้นคนสำคัญของอเบอร์ดีน เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวสำหรับผู้ถือหุ้นของเราทุกคน”.

ร็อบ ชาฟีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธุรกิจจัดการกองทุนของ เครดิต สวิส กล่าวว่า

“เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะสร้างโอกาสที่น่าสนใจ ลูกค้าของเราจะสามารถเลือกสรรกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนที่มีจุดแข็ง ซึ่งบริหารจัดการโดยผู้จัดการการลงทุนชั้นนำ ที่มีผลงานการบริหารทรัพย์สินหลากหลายประเภท และมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลังที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยให้เราขยายมูลค่าธุรกิจการบริการเพื่อนักลงทุนทั่วโลกได้สูงสุด ตามที่เคยได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ และเรายังได้รับประโยชน์จากความได้เปรียบเรื่องขนาดธุรกิจของหุ้นส่วนใหม่ของเราท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยการควบรวมกิจการ”

มาร์ติน ฮิวส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทอสก้าฟันด์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดของอเบอร์ดีน กล่าวว่า

“ทอสก้าฟันด์ ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนการควบรวมกิจการที่จะสร้างรูปลักษณ์ของธุรกิจใหม่ ซึ่งทำให้เกิดขึ้นมาได้ด้วยระบบการดำเนินธุรกิจที่ดีเยี่ยมของอเบอร์ดีน ทอสก้าฟันด์ เชื่อว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอนสำหรับลูกค้าและผู้ถือหุ้นของทั้งอเบอร์ดีน และ เครดิต สวิส”